sarita's profileโลกหมุนด้วยความรัก...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 27

    และยังคงเดินทาง...

    ชีวิตคือการเดินทาง..เป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ
    สำหรับบางคนการเดินทางท่องโลกกว้างเป็นสิ่งที่ทำให้เค้ามีความสุข
    ได้เจอผู้คนมากมาย สถานที่ที่ต่างจากเคย
    แต่จริงๆแล้วความสุขมันเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่จัดกระเป๋าแล้ว
     
    เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบการเดินทาง
    มันรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้นับวันในปฎิทินถอยหลัง
    และรู้สึกดียิ่งกว่าเมื่อได้ไปกับเพื่อนที่รู้ใจ..
    ที่เราจะหลับไปพร้อมกัน และตื่นขึ้นพร้อมกัน(เนื่องจากหนวกหู)
    นั่นเป็นการออกเดินทางที่เราชอบมากที่สุด
     
    แต่จริงๆแล้ว
    ทุกวันนี้เราทุกคนกำลังเดินทางอยู่อย่างไม่รู้ตัว
    เราเดินทางโดยมีเวลาเป็นยานพาหนะ
    มีประสบการณ์เป็นวิวทิวทัศน์ข้างทาง
    สวยบ้างไม่สวยบ้าง พอใจบ้างไม่พอใจบ้าง
    แต่เราไม่สามารถปฎิเสธมันได้
    หลายคนไม่รู้ว่าจะถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่
    แม้จะวาดภาพมันไว้ในใจแล้วก็ตาม
     
    ...................
    สำหรับเราเราไม่รู้ว่าเดินทางมาถึงไหนแล้ว
    มาถึงครึ่งทางรึยัง
    เพราะไม่รู้ว่าระยะทางของเรามันไกลแค่ไหน
    แต่มันก็สนุกดีเหมือนกัน
    วิวข้างทางก็โอเคนะ อาจจะมีที่ไม่น่าประทับใจบ้าง
    แต่มันก็ทำให้รู้ว่า วิวสวยๆมันเป็นยังไง
     
    "แล้ววิวข้างทางของพวกแกล่ะ เป็นยังไงมั่งวะ"
     
     
     
     
    December 27

    อย่างฮา!!

     
     
     
    โปรดอ่านและพิจารณาก่อนแต่งงาน
    -*-ก่อนแต่งงาน
    เขา: ใช่เลย! ในที่สุดก็ถึงเวลาซักที ผมรอไม่ไหวแล้ว
    เธอ: เธอคิดจะเลิกกับฉันไหม ?
    เขา: ไม่แน่นอน อย่าแม้แต่เพียงแค่คิด
    เธอ: เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า ?
    เขา: แน่นอน!
    เธอ: เธอเคยคิดจะเอาเปรียบฉันบ้างหรือเปล่า?
    เขา: ไม่หรอก! ทำไมเธอถามอย่างนี้ละ
    เธอ: เธอจะจูบฉันไหม ?
    เขา: ได้ซิ!
    เธอ: เธอจะทำร้ายฉันไหม?
    เขา: ไม่มีทาง! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
    เธอ: ฉันจะไว้ใจคุณได้ไหม ?
    -*-ปัจจุบัน หลังจากแต่งงาน คุณแค่อ่านจากบรรทัดล่างสุด ขึ้นด้านบน...
     
    อ่านเจอมาอย่างฮา 555+
    December 15

    เผลอ..

    จริงๆแล้วเวลานี้เป็นเวลาที่ต้องทำงาน..แต่ไหงถึงได้เผลอเปิดมาที่หน้านี้จนได้
    มีอะไรอยากจะเล่ามากมาย..แต่ไม่เล่าคงจะดีกว่า
    เชื่อว่าทุกคนก็คงเคยมีอารมณ์แบบนี้..มันไม่รู้จะเริ่มยังไง
    ก็ปล่อยมันไปดีกว่า แกล้งๆลืมมันไปแล้วมันก็อาจจะดีขึ้น
    ปัญหาบางอย่างมันไม่สามารถแก้ได้ภายในข้ามคืน
    เปล่าประโยชน์ที่จะไปครุ่นคิดถึงมัน..นั่นสินะ
     
    ...........................
     
    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออนเอ็มหลายคนคงสังเกตุเห็น
    ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร มันอยากคุยนะ..แต่มันก็เป็นเหมือนวันนี้
    คือนั่งมอง..มอง..มอง แต่มือมันไม่ไป
    พวกมึงสบายดีกันนะ
    กูสบายดี เรื่อยๆไม่เจ็บไม่ไข้
    เรื่องทุกข์สุขปนๆกันไปเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
     
    ..........................
     
    เฮ้อ! นี่เข้ามาบ่นอะไรเนี่ย ไปทำงานก่อนนะ ไว้เจอกัน เร็วๆนี้
     
     
    สู้โว๊ยยยยย
    November 06

    ปายยยย

     
    November 02

    pai with you

     
     
    บางคนออกเดินทางเพื่อหาสิ่งใหม่ๆให้ชีวิต แต่การเดินทางไปปายกับเพื่อนครั้งนี้
    เหมือนเป็นการปัดฝุ่นชั้นหนังสือแล้วหยิบเอาหนังสือเล่มโปรดกลับมาอ่านอีกครั้ง
    ตอนเป็นเด็กเราอาจจะอ่านมันเพียงแค่ผ่านๆ..อาจมีบางบรรทัดที่เราไม่เข้าใจและปล่อยมันผ่านเลยไป
    แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราโตขึ้นและได้หยิบมันมาอ่านอีกครั้ง
    บรรทัดที่เราเคยปล่อยมันข้ามไป..วันนี้เราอาจเข้าใจความหมายของมันมากขึ้น
     
    .......................................
     
    อย่างที่เคยบอกไว้ว่าการไปเที่ยวครั้งนี้คงต้องมีเรื่องวุ่นวายโกลาหล
    และสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ห่างจากสิ่งที่คิดมากนัก
    จะเรียกว่าสนุกหรือเปล่าไม่รู้..รู้แต่มีความสุข
    ได้นอนหลับไปพร้อมกับเสียงโวยวาย..และตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครม
    คนนั้นอยากทำอย่างนั้น คนนี้อยากทำอย่างนี้ ทุกคนอยากทำไปคนละอย่าง
    แต่เราก็แบ่งกันทำในสิ่งที่เราอยากทำ
    เรารู้จักยอมกันมากขึ้น..และอดทนต่อกันมากขึ้น
     
    ....................................
     
    เราเห็นจาวุ่นวายกับการจัดการเพื่อให้ได้สิ่งที่คุ้มที่สุดและดีที่สุดสำหรับเพื่อน
    ได้เห็นต้าซ้อนมอไซค์โดยไม่บ่น..และคอยเดินตามเพื่อนที่ซนเป็นลิงอย่างอดทนแม้จะเจ็บขา
    ทริปนี้แตนนี่เป็นเด็กดีไม่งอแง ทำตัวน่ารัก โดยเฉพาะภารกิจทรงตัวรักษาแก้วน้ำขิง
    ตุ๊กๆ ก็ยังคงเป็นตุ๊กๆ รักเด็ก รักสัตว์ทุกชนิด (ไม่อยากฟ้องว่าไอ้โอ๋มันเหยียบหอยทากสุดน่ารักของมึงตาย)
    เราได้รู้ว่าฟ้าไม่ชอบให้เสียงดังใส่ แต่ด่าได้ทุกรูปแบบ แต่ต้องอย่าด่าเสียงดัง
    แหม่มแสดงความรับผิดชอบต่อน้ำขิงโดยการดื่มรวดเดียวหมด..แล้วตื่นอีกทีวันรุ่งขึ้น
    และสุดท้ายตัวเราทำตัวดีน่ารักตลอดทริป(อิอิ)
     
    ส่วน ปุ๊ก นก โอ๋ ออ ไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจอะไรเพราะไม่ทันพวกพี่ๆ
     
    .............................
     
    จริงๆมีเรื่องอยากเล่าเยอะแยะมากมายแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
    เอาไว้ถ้าตั้งสติได้จะพยายามรวบรวมเรื่องราวมาเล่าให้ฟังแล้วกัน
     
     
     
     
     
    September 21

    5555+

     
     

    เมื่อแม่หมู..โกอินเตอร์

     
     
    55555+ ในที่สุดครอบครัวของเราก็ได้มีตัวแทนไปเมืองนอกเมืองนากะเค้าสักที
    อันนี้ไม่รวมถึง พม่าและลาว ที่เคยไปเยือนบ่อยๆ หลังจากที่เพื่อนสาวของแม่
    ได้นำข่าวมาบอกว่าเค้าจะได้ไปดูงานที่เยอรมัน สวิส ฝรั่งเศสอยากไปด้วยมั้ย..
    แม่นอนคิดอยู่สองสามวัน แล้วตอบตกลงไป หันมาถามเราว่าจะไปด้วยป่าว
    "ไป..แต่ไม่มีตัง" แม่ส่งสายตามามองด้วยความเอ็นดูประมาณว่า งั้นเอ็งก็นอนอยู่บ้านเหอะ
    เมื่อตกลงใจไปแน่แล้ว เราก็ได้พาแม่ไปทำพาสปอร์ต
      ไปซื้อนู่นซื้อนี่ตามประสาคนไม่เคยไป รวมทั้งหยิบยืมกระเป๋าเดินทางจากเพื่อนสาวแสนสวยหุ่นสะบึม นามว่า แตนนี่
    แตนนี่ก็ใจดีมากหอบหิ้วกระเป๋าใบใหญ่มาให้ที่บ้านโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
    นอกจากขอขนมใส่กระเป๋าให้เต็มเวลาเอามาคืน(ฝันไปเถอะ)
    และก็ส่งเอกสารในการทำวีซ่าทั้งหมด และ รอ..รอ..รอ จนใกล้ถึงวันเดินทาง
    หนึ่งอาทิตย์ก่อนไปแม่ก็ได้ลงมือจัดกระเป๋าด้วยตัวเอง..ไม่คับ มันไม่ง่ายขนาดนั้น
    เพราะมีพ่อคอยไซโคอยู่ตลอดเวลา "กระเป๋ามันใหญ่ไปป่าวเนี่ย" "จะเอาอะไรไปกันนักกันหนา"
    แม้เราจะบอกว่าใบแค่เนี้ยแหละดีแล้วไปตั้งหลายวันไหนจะต้องซื้อของกลับมาอีก
    แต่นั่นก็ไม่สามารถต้านทานกระแสความวิตกกังวลของแม่ได้เลย
    "กระเป๋ามันใบใหญ่อะ..แม่อายเค้า" ฟังแล้วมันช่างนึกถึงวันที่ไปค่ายครั้งแรกเสียจริงๆเราเอากระเป๋าถือใบใหญ่ไปหนึ่งใบ
    เป้อีกใบนึง และยังมีถุงนอนอีกหนึ่งใบ ในขณะที่คนอื่นมีแค่เป้ใบเดียว อืม...โอเคได้
    เราก็เลยขับรถไปที่บ้านเพื่อนสาวแสนสวยหุ่นสะบึมทันที "แตนกูขอยืมกระเป๋าอีกใบดิ เอาใบเล็กกว่าใบนั้นอะ"
    "เออ  กูรู้ว่ามันไม่พอแต่เพื่อความสบายใจของแม่กู..เค้าไปครั้งแรก" เพื่อนสาวแสนสวยหุ่นสะบึมก็จัดการเอากระเป๋าให้
    และแม่ก็จัดกระเป๋าอยู่หนึ่งอาทิตย์ จัดทุกวัน เอาเข้าเอาออก เอาเข้าเอาออกอยู่อย่างนั้นแหละ
    สุดท้ายก็ใช้ไอ้ใบใหญ่ใบแรก เพราะเพื่อนบอกว่าเอาใบใหญ่ไป...อืม
    เมื่อถึงวันเดินทาง "อยากได้อะไรป่าว"  "ไม่อะ..แม่ไปเที่ยวเหอะไม่ต้องซื้ออะไรกลับมานะ เปลือง"
     
    ฟิ้ววววววว..แม่นั่งเครื่องบิน โกอินเตอร์ไปแล้ว
     
    เจ็ดวันกูทำอะไรดีวะ..เที่ยวไปเลยแม่ไม่อยู่ สบ๊ายสบาย ไม่มีใครโทรตาม
    แต่..แม่จะร้องกลับบ้านมั้ยอะ จะเข้ากะคนอื่นได้มั้ยเนี่ย(อารมณ์เหมือนส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก)
    สรุปเจ็ดวันผ่านไป..ไม่ได้ไปทำอะไรเลย บ้านเงียบกริบ
    เล่นกันแบบเจียมเนื้อเจียมตัว ไอ้เปิ้ลก็บ่นอยู่ได้ "คิดถึงเนอะ แม่ไม่อยู่บ้านเงี๊ยบ เงียบ"
    บ้านโคตรเงียบ ไม่ได้ไปไหน อยู่บ้านแทบทุกวัน จนวันกลับพ่อไปรับแม่ที่สนามบิน
    ไอ้เปิ้ลง่วงขึ้นห้อง ไอ้โอ๋นั่งรอเพราะขี้เกียจลงมาอีก ทุกคนรอคอย..ใจจดใจจ่อ
     
    ผัวะ แม่เปิดประตูบ้านเข้ามา ปึงปัง โคร้งเคร้ง
    แกะก๋วยเตี๋ยวนั่งกิน "น้ำปลาๆหยิบให้หน่อยดิ โห..อยากกินมานานแล้ว"
    เอ่อ..ไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ นั่งมองกันตาปริบๆ
     
    ไอ้เปิ้ลวิ่งลงมาเปิดประตู "เนี่ย เราเห็นรถพ่อมาจอดนะ เราก็รีบลงมาเลย ตื่นเต้น"
    เราก็รื้อกระเป๋า รื้อ รื้อ รื้อ ไหนอะของฝาก
    ไอ้ออก็เก็บ เก็บ เก็บ เก็บที่เรารื้อ
    "อะนี่ ของฝากออ ทิชชู่แม่เอามาเต็มเลย ของออมีอันนี้ด้วย"
    "อันนี้ของพ่อ"  "อันนี้ของแตกะพี่เต๋า"
    "อันนี้ของเปิ้ลกะโอ๋" "อันนี้ของ........."
    " เป็นไงแม่ไปเที่ยวหนุกป่าว.."  "โอ๊ย!! ตายก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว.."
    ขนาดนั้นเชียวแม่..ตรู
     
    เนี่ยเดี๋ยวรื้อของเสร็จแล้วดูรูปกัน อืมๆ
    พอเปิดรูปดูก็จะมีเสียงดังมาตลอด สวยมั้ยๆๆ
    พูดอยู่คำเดียว แล้วก็ขย่มเตียงไปด้วย(ยังกะสาววัยรุ่น)
    เฮ้อออออ..
     
     
    ปล. แล้วจะเอารูปลงให้ดูนะ..
     
     
     
     
     
    September 18

    อกหัก..หัวใจสลาย..แต่ไม่ตาย

     

     

    อกหัก

    ศิลปิน : Bodyslam
     

     

    ความรักต้องพังลงไป  อนาคตที่สุดต้องผ่านพ้นไป

    เหลือเพียงหัวใจที่ยับเยิน  บาดแผลลึกเกินเยียวยา

    ตื่นจากฝันเพราะถูกปลุกด้วยน้ำตา  ทุรนทุรายหัวใจเหนื่อยล้า


    ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็งแม้มันจะไร้เรี่ยวแรง

    จะฝืนลุกยืนให้ไหว คนคนเดียวมันไม่สิทธิ์ขนาดนั้น

    ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดนทำร้าย


    แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย  แค่วันนี้หัวใจสลาย . . .

    เตือนตัวเองว่าถึงยังไง  ฉันยังต้องอยู่ . . .

    ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด  ไม่มีค่า ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้ . . .


    กรีดแขนไม่ช่วยอะไร ยิ่งตอกย้ำยิ่งกรีดยิ่งทำร้ายใจ ยิ่งทำเท่าไรก็ยิ่งปวดร้าว


    ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็งแม้มันจะไร้เรี่ยวแรง

    จะฝืนลุกยืนให้ไหว คนคนเดียวมันไม่สิทธิ์ขนาดนั้น

    ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย ยังไงต้องรับให้ได้ ชีวิตแค่โดนทำร้าย


    แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย  แค่นี้หัวใจสลาย . . .

    เตือนตัวเองว่าถึงยังไง  ฉันยังต้องอยู่ . . .

    ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด  ไม่มีค่า. .ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้

    Solo ~

    ชีวิตแค่โดนทำร้าย . . แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย ..แค่วันนี้หัวใจสลาย

    เตือนตัวเองว่าถึงยังไง  ฉันยังต้องอยู่ . . .

    ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด  ไม่มีค่า. .ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้ ..

    ต้องไม่ตาย . . ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ

     
     
     
     
     
     
     
    นานๆจะมีเพลงอกหักแบบให้กำลังใจสักที
    หลังจากที่ฟังแต่เพลงอกหักแบบอยากตาย..(จนเริ่มรู้สึกเหมือนอกหัก)
    ก็ดีนะ..เจ๋งดี แล้วก็อย่าลืมอุดหนุนพี่ตูนสุดเท่ด้วยน้า...

     
    August 31

    ฟ้าฝน..ไม่เป็นใจ

     
     
    ช่วงนี้นอกจากฝนฟ้าจะครึ้มๆแล้ว บรรยากาศรอบตัวและผู้คนรอบข้างก็ยังอึมครึมอีกด้วย
    มีโอกาสได้เห็นคนหลายคนเสียน้ำตาให้กับความรัก..แม้แต่คนที่เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุด
    ก็ยังมีช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด..จนไม่น่าเชื่อ
    คนบางคนเลือกวิธีที่จะเยียวยาตัวเองให้หายจากอาการบาดเจ็บจากความรัก
    โดยการอดทน ทนอยู่แบบนั้นอยู่ตรงที่เดิมด้วยหวังว่าสักวันมันจะหายดี
    บางคนก็เลือกที่จะตัดทุกอย่าง อย่างน้อยก็คิดว่าถ้าไม่พบไม่เห็นก็จะไม่เจ็บ
    ด้วยความหวังเดียวกันว่าสักวันจะหายดี..เอาไว้หายดีเราจะได้เจอกันอีกครั้งแบบที่เราจะไม่รู้สึกแย่ต่อกัน
    แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะอีกนานเท่าไหร่..
    แต่บางคน..อยากที่จะตัดใจเหลือเกิน พยายามอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำแล้ว แต่แค่เค้าโทรมา..ใจก็อ่อนแล้ว
    ได้แต่คิดว่า..เอาไว้คราวหน้าถ้าทนไม่ไหวค่อยทำใจใหม่แล้วกัน
     
     
    "ฟ้า ฟ้ายังต้องมีฝน
    เกิดเป็นคน ย่อมมีเสียน้ำตา
     ฝน ฝนร่วงหล่นมาช้าๆ
    จากดวงตา จากส่วนลึกในใจ"
     
     
    ใช่..พี่แหวน ฐิติมา พูดถูกใครเกิดมามันก็ร้องไห้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ
    การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
    คนเรามีหัวใจ มีความรู้สึก เมื่อเจ็บมันก็ร้องไห้
    คนที่เจ็บแล้วยอมรับว่าเจ็บ อีกไม่นานคงหาย
    น้ำตาไหลออกมา..อีกไม่นานมันก็แห้ง
    ขอให้สิ่งที่ระเหยไปเป็นแค่น้ำตา ..ส่วนหัวใจขอให้เหลือไว้
    เก็บเอาไว้เริ่มใหม่..ตราบที่เชื่อว่ารักยังมีอยู่จริง
     
     
    "เหลือเพียงแต่รอยน้ำตา อีกไม่ช้าคงจะเลือนลบไป
    แล้วฝนก็จะซา กลับเป็นฟ้าที่สดใส
    ไม่เหมือนที่ผ่านมา"
     
    ..............
     
    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
     
     
    เปล่าหรอก นิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนอะไรเลย
    และคงไม่อาจหาญไปสอนใครได้
    แค่อยากให้กำลังใจ..กับคนที่กำลังรู้สึกแย่ว่าสักวันจะต้องหาย
    ไม่ว่ามันจะนานกี่เดือน กี่ปี..หรือกี่สิบปี
    แค่ได้เริ่มต้น อย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีปลายทาง
    เหมือนวันนี้ไง..ฝนตก ฟ้าครึ้มแต่เราก็รู้ดีว่า
    หลังจากนี้...ฟ้าคงสวยงาม
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 13

    เรามีสิ่งดีๆมานำเสนอ..

     

    วันนี้เรามีสิ่งดีๆมานำเสนอ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่เราๆใช้กันอยู่แทบจะทุกวันเนี่เหละ
    มันเป็นเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆที่หลายคนมักไม่ค่อยจะรู้ (หรือมีเราคนเดียวหว่า)
    ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร หรือจะรู้ไว้ก็ไม่เสียหลาบ จะนำไปใช้หรือไม่ใช้ก็ได้
    แต่ตอนที่เราอ่านเจอเรารู้สึกว่า "โอ้โห..สุดยอดไปเลย มันทำอย่างนี้ได้ด้วยหรือฟะ"
    ตามประสาคนที่แสนจะฉลาดในเรื่องเทคโนโลยีเสียเหลือเกิน ก็ลองๆดูกันไป
    ซึ่งตัวเราก็ได้นำไปทดลองใช้กับเครื่องที่ใช้อยู่เหมือนกันก็...ไม่ค่อยรู้ถึงความแตกต่างเท่าไหร่
    แต่รู้แล้วมันเท่..ดี
     
     วิธีปลดล็อคความเร็วอินเตอร์เน็ต
     
    โดยปกติแล้ว window จะ บล็อกความเร็วเน็ต ไว้ 20 เปอร์เซ็นต์ เรามีวิธีปลดบล๊อกได้ด้งนี้
    ติดจรวดเล่นอินเตอร์เน็ตให้กับ Windows XP
    การใช้งานอินตอร์เน็ตบางครั้งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายด้าน
    1. คลิกที่ปุ่ม Start
    2. เลือกที่แถบรายการ Run
    3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK
    4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy
    5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates
    6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
    7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth
    8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties
    9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable
    10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0
    11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน แค่นี้เองลองนำไช้ดู
     
     
    ป.ล เป็นข้อความที่เอามาจากในโลกอินเตอร์เน็ตอีกทีต้องขอบคุณผู้ที่ให้ความรู้ในเรื่องนี้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร??
    จริงๆแล้วได้เอาเคล็ดลับอื่นๆมาลงอีกแต่..มันคงเยอะเกินมันบอกว่าให้ลบออก เอาไว้เราจะทยอยๆลงละกันนะ
     
     
     
    July 11

    นัดพบที่สามชุก

     
    June 30

    เคย..รึเปล่า

     
     
    เมื่อสองสามวันก่อนตื่นนอนขึ้นมาพร้อมกับมีเนื้อเพลงบางท่อนติดอยู่ในหัว
    ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน รู้แต่ว่าต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นเพลงอะไร
    ท่องโลกอินเตอร์เน็ตคับท่านผู้ชม และก็รู้ว่ามันคือเพลงอะไร
     
    " หากเธอคิดถึงฉัน ถึงแม้ไม่ได้เจอ
     
    ให้เธอรู้ฉันยังอยู่ไม่ไกล
     
    เมื่อไหร่ที่คิดถึงฉัน ให้รักแทนดวงตา
     
    ฉันจะมาเจอเธอที่หัวใจ "
     
    มันคือเพลง เจอกันในใจของ พีปุ๊ อัญชลี และยังจำได้อีกว่า
    มันเป็นเนื้อเพลงท่อนที่เพื่อนรักคนนึงเขียนให้เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว
    ทุกวันนี้เศษกระดาษแผ่นนั้นก็ยังอยู่
    วันนั้นนั่งทำงานพร้อมกับความรู้สึกบางอย่าง
     
    เคยคิดถึงใครสักคนจนจับหัวใจมั้ย...
     
    เกือบสิบปีชั้นไม่รู้หรอกว่าแกจะนึกถึงชั้นรึเปล่า
    ไม่เป็นไร..แค่ชั้นนึกถึงแกชั้นก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว
    วันเกิดชั้นแกจะจำได้รึเปล่า
    ไม่เป็นไร.. ชั้นจะคิดถึงแกทุกวันเกิดของแกแล้วกัน
     
     
    " จากกันไปเราเข้าใจกันดี จะไม่มีน้ำตา
     
    อดทนรอรอแค่วันเวลา ที่จะเจอกันอีกครั้ง
     
    คำที่เคยทักทายวันก่อน มาถึงตอนกล่าวคำร่ำลา
     
    ยังไม่รู้หนทางข้างหน้า จะกลับมาเจอกันอีกไหม  "
     
     
    คิดถึงจริงๆ คิดถึงจับหัวใจเลย
    ........
     
     
     

     
    June 27

    รัก..ขำ ขำ

    ถ้ารัก เปรียบเหมือน ฟัน. . .

    รักคงมั่น คือ. . .

    ฟันแท้
    รักร่อแร่ คือ. .
    . ฟันโยก
    รักโสโครก คือ . . .
    ฟันดำ

    รักถลำ คือ. . .
    ฟันเหยิน

     

    รักหมางเมิน คือ. . .
    ฟันห่าง

    รักร้าง คือ. . .
    ฟันหลอ

    รักหงิกงอ คือ. . .
    ฟันกุด

    รักบริสุทธิ์ คือ. . .
    ฟันขาว

    รักชั่วคราว คือ. . .
    ฟันปลอม

     

    รักอ่อนซ้อม คือ. . .
    ฟันร่วง

    รักสีม่วง คือ. . .
    ฟันเก(ย์)

    รักจำเจ คือ. . .
    ฟันซ้อน

    รักสลอน คือ. . .
    ฟันแทรก

    รักแรก คือ. .. .
    ฟันน้ำนม

     

    รักระบม คือ. . .
    ฟันผุ

    รักคิกขุ คือ. .. .
    ฟันกระต่าย

    รักสลาย คือ. . .
    ฟันหลุด

    รักชำรุด คือ. . .
    ฟันสึก

    รักเจ็บลึก คือ. . .
    ฟันคุด

     

    รักตุ๊ด คือ. . .
    ฟันหนุ่ม

    รักทั้งกลุ่ม คือ. . .
    ฟันหมด

    รักสลด คือ. . .
    ฟันพลาด

    รักต่างชาติ คือ. . .
    ฟันฝรั่ง

    รักปิดบัง คือ. . .
    ฟันชู้

     

    รักอุดอู้ คือ. . .
    ฟันช้า
    รักกะฮา คือ. .. .
    ฟันเล่น

    รักไม่เป็น คือ. . .
    ฟันดะ

    รักเธอจริงๆ นะจ๊ะ คือ. . .
    ฟันธง

     

     

     

    อ่านแล้วก็ฮาดี..เลยเอามาให้อ่านกัน ขำ ขำ

     

    June 16

    เพลงเพราะๆที่ไม่ได้ฟังด้วยหู

     
     
     
    พอวันนี้ได้ยินเสียงเพลง "แต่เราก็หากันจนเจอ" ที่กบ ทรงสิทธิ์ ร้องคู่กับ กบ เสาวนิตย์
    ก็ทำให้นึกถึงงานแต่งงานงานหนึ่งเมื่อประมาณเกือบสี่เดือนที่แล้ว
    เป็นงานแต่งงานของเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล
    เป็นงานแต่งธรรมดาๆ ไม่ได้ผิดแผกอะไรไปจากงานแต่งอื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้นึกถึงเพลงนี้ทุกครั้งนั้นก็คือ
    เสียงเพลงที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวร้อง ไม่ใช่เพราะคู่บ่าวสาวร้องเพราะหรอกนะ
    แต่ตรงกันข้ามตรงที่เสียงเจ้าบ่าวแหบมากๆ แทบจะฟังไม่รู้เรื่อง พูดง่ายๆว่าถ้าฟังด้วยหูก็ไม่เพราะ
    ใช่ฟังด้วยหูมันช่างไม่เพราะเอาซะเลย...แต่สำหรับเรามันเป็นเพลงที่เพราะมากถ้าจะฟังมันด้วยความรู้สึก
    ก่อนที่จะมีงานแต่งงานนี้เกิดขึ้น มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเจ้าบ่าวได้ผ่านมรสุมชีวิตที่เรียกได้ว่า
    เกือบจะคร่าชีวิตเค้าไปซะแล้ว เจ้าบ่าวเป็นมะเร็งที่หลอดลม(ถ้าจำไม่ผิด )
    แต่สุดท้ายเค้าก็กลับมาหายดี หลังจากนั้นไม่นานเค้าก็จัดงานแต่งงาน
    นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เสียงของเจ้าบ่าวแทบจะออกมาไม่ค่อยเป็นคำ และแหบพร่าตลอดเวลา
    พูดก็ลำบากแล้ว เรื่องร้องเพลงคงไม่ต้องพูดถึง แต่เพลงนี้ก็คงจะมีความหมายกับเค้ามากจริงๆ
    อดคิดไม่ได้ว่าที่เค้าหายเป็นเพราะมีกำลังใจดีหรือเปล่า
    หรือความรักจะเป็นยาขนานเอกที่เยียวยาคนที่เจ็บป่วยให้ต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตอยู่กับคนที่เค้ารัก
    ทุกวันนี้เมื่อไหร่ที่ได้ยินเพลงนี้ก็จะนึกถึงภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่กุมมือร้องเพลงอยู่บนเวที
    เสียงอาจจะเพี้ยนบ้าง เพลงหายไปบางช่วงแต่ก็ค่อยๆประคับประคองร้องกันไปจนจบเพลง...
     
    May 21

    อย่าฝากความหวัง

     
     
    สิ่งที่ฉันกังวล เกี่ยวกับตัวฉันเอง
    สิ่งที่ฉันยังเกรง ยังลังเลในใจ
    แค่ผู้หญิงคนนึง ที่จิตใจวุ่นวาย
    สิ่งที่ให้เธอไป อาจดีไม่พอ

    อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
    เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ
    อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
    ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
    หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

    สิ่งที่ฉันเคยเจอ เจ็บและช้ำซมซาน
    เก็บและฝังมานาน จนเป็นปมในใจ
    อาจมีบ้างบางคราว ที่อ่อนแอมากมาย
    อาจไม่เหมือนใครใคร ที่ใจแข็งแรง

    อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
    เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ
    อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
    ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
    หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

    " กลัวใจเธออาจ จะผิดหวัง
    เพราะรักฉันแล้ว เธอคงเหนื่อย
    เธอคงต้องเหนื่อย ต้องคอยเฝ้าดู สิ่งที่ฉันเป็น "


    อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป
    เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ
    อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล
    ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ
    หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ

    ที่จริงก็รักเธอ หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ
     
    May 15

    ภาพประทับใจ

     

    สาระ..เร็ว

     
    วันนี้เป็นวันที่พูดน้อยมากๆ เนื่องจากถุกพิษความแปรปรวนของอากาศเล่นงานซะแทบแย่
    จริงๆเป็นตั้งแต่เมื่อวานแต่ เหมือนยังไม่ยอมเจียมตัวออกไปซื้อของกลางสายฝน(หยิมๆ)
    วันนี้ก็เลยออกอาการ มึนหัว เจ็บคอ ปวดตัว และ งอแง (งอแงนี่เป็นประจำอยู่แล้วแต่พอไม่สบายก็เลยเอาซะหน่อย) 
    เคยคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านความสะอาดและการป้องกันโรคต่างๆมีนามว่าแตนนี่(แต่โรคมันเยอะกว่าคนอื่นอีก)
    ตอนนี้เราอายุเท่านี้เอง(แค่ 17-18 ปี)แต่ทำไมช่างป่วยง่ายเสียเหลือเกิน อาจเป็นเพราะเมื่อก่อน
    เราใช้ร่างกายกันเปลืองมาก ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก อยู่ในสถานที่อโคจรต่างๆ(ซึ่งก็ยังเป็นอยู่)
    หนำซ้ำ ยังเรื่องการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
    คำว่าถูกสุขลักษณะในที่นี้หมายถึงลักษณะการกินที่ไม่ถุกต้อง
    เช่น กินเกินความจำเป็น(อันนี้เป็นบ่อย)ไม่กินผัก กินอาหารหรือขนมที่ไร้สาระ  กินจุกจิก
    ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย คุยไปคุยมา เออ วันนี้มีสาระเว้ย!!
    ยังไงก็อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมดเนี่ย ไม่ใช่อะไรหรอก
    แค่อยากจะบอกว่าเวลาไม่สบาย แล้วเจ็บคอเนี่ย โคตรอึดอัดเลย ไม่ได้เมาท์เลย เซ็ง!!!
     
     
     
     
     
    May 02

    เมื่อเมล์...ถึงมือ

    วันนี้ได้รับเมล์จากเพื่อนจริงๆแล้วก็เป็นเมล์ที่เราส่งไปหามันนะแหละ
    และเราก็ได้มาจากเพื่อนอีกคนนึงเหมือนกัน
    หลายๆคนคงจะเคยได้รับไอ้เมล์ที่มันให้เราตอบคำถามเป็นสิบๆข้อ
    ไม่รู้ว่ามันจะอยากรู้เรื่องอะไรของเรากันนักกันหนา
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หนังสือเล่มสุดท้ายที่อ่านชื่ออะไร ตอนนี้กำลังฟังเพลงอะไร
    อยากบอกอะไรกับคนที่ส่งมาให้ แล้วจะบอกอะไรกับคนที่เราส่งไปหา
    เออ..ตอบๆไปก็เพลินดีเหมือนกัน แต่ตอนที่รู้สึกดีที่สุด...กลับเป็นตอนที่เมล์นี้ย้อนกลับมาหาเรา
    เรารู้แล้วล่ะ..ว่าเราตอบเมล์เหล่านี้เพื่ออะไร
    หลายครั้งที่เมล์เหล่านี้ตอบกลับมาจากเพื่อนๆมันมักจะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ
    แม้มันจะไม่ค่อยมีถ้อยคำซึ้งๆหรืออะไรก็ตามที่คนทั่วไปอยากได้ยิน
    ฉะนั้น ใครก็ตามที่ได้รับเมล์เหล่านั้นคุณโชคดีแล้วล่ะ
    อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดไปอย่างน้อยก็มีคนคิดถึงคุณและอยากรู้ว่าคุณเป็นอย่างไรบ้าง
    มันอาจจะต้องใช้เวลาในการตอบ แต่เดี๋ยวคุณก็จะสนุกไปเอง
     
     
    ---------------------------------------------------------
     
     
             ป.ล.  (พวกมึงรู้มั้ย!! กูเห็นหน้าพวกมึงลอยตามตัวหนังสือเลยว่ะดีใจที่รู้ว่าชีวิตพวกมึงเป็นไง
              แม้บางคนจะอกหัก ตกงาน แฟนทิ้ง งานยุ่ง หรือ หาแฟนไม่ได้
              แต่กูเชื่อว่าพวกมึงก็จะผ่านไปได้ และอย่างน้อยก็มีเรื่องบางเรื่องที่ทำให้พวกมึงยิ้มได้เช่นกัน
              คิดถึง..และหวังว่าเราก็จะได้เจอกันเร็วๆนี้แหละ)
     
     
     
     
     
    April 30

    โลกไม่เคยว่างเว้นจากเพลงรัก...

                            ทุกๆวันเพลงรักใหม่ๆลอยล่องในอากาศ ประโยค "ฉันรักเธอ"ถูกเปล่งนับพันล้านครั้ง
                                              
                                               ฉันรักเธอที่สุดในโลก
                                                        ฉันไม่ต้องการอยู่ในโลกที่ปราศจากเธอ       
                                                       ไม่มีเธอฉันยอมตายดีกว่า
                                                        เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันเป็นฉัน
                                                        เธอเติมเต็มชีวิตของฉัน
                                                        เธอกับฉันคือบุพเพสันนิวาสที่ผูกพันมาแต่ปางบรรพ์ ฯลฯ
     
    ทุกวันเพลงรักเพลงแล้วเพลงเล่ากรอกหูของเราให้คล้อยตามว่า เราอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้
    ภาพยนตร์รักโหมใส่เราว่า รักทำให้เราเป็นคนโดยสมบูรณ์
    ละครรักตอกย้ำเราว่า คนที่ไร้คนรักน่าสงสารที่สุดในโลก เป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งที่ระชากรกว่าหกพันล้านคนในโลก
    มีเพียงคนเดียวที่ทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย เพราะความเชื่อนี้หรือไม่
    ที่ทำให้เราต้องดิ้นรนทำตัวให้ใครคนนั้นพอใจ
    ใช้ชีวิตตามวิถีของคนๆนั้น แม้ว่าจะขัดกับตัวตนของเราก็ตาม
    .......................................
    จริงหรือ?เราชีวิตของเราด้วย ตัวเราเองไม่ได้หรือ?
    ถ้าจริงก็เป็นเรื่องแปลก ในเมื่อเราทุกคนเกิดมาในโลกนี้ตัวคนเดียว และจากโลกนี้ไปคนเดียว
    เมื่อเราหมดลมหายใจสุดท้าย เราสิ้นใจด้วยตัวของเราเอง
    ถ้าจริงก็น่าขันที่เมื่อถึงวัยหนึ่ง คู่รักมากมายแยกเตียงนอนกันกระทั่งหย่าร้าง
    รักซึ่งเคยเป็นความจำเป็นของชีวิตสามารถจืดจาง
    จนเพลงรักสักล้านเพลงก็มิอาจเยียวยา
     
    บางทีถึงจุดๆหนึ่ง เราก็พบว่า การสวมเงาของคนอื่นเป็นการเสแสร้งและความเสียสละอย่างผิดๆ
    นักจิตวิทยาด้านความรักบางคนฟันธงว่า ความรักระหว่างหนุ่มสาวคือความเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่ง!
    พฤติกรรมที่เรียกว่า ความเสียสละ ที่แท้ก็เพื่อตัวเรานั่นเอง
     
    บางทีความรักที่สวยงามที่สุดคือการเข้าใจอีกฝ่ายและไม่พยายามเปลี่ยนอีกฝ่ายมาให้เหมือนกับเรา
    หรือเปลี่ยนตัวเราให้เหมือนกับอีกฝ่าย หากเคารพความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน
    เมื่อนั้นประโยค "ฉันรักเธอ" อาจมีความหมายมากกว่านี้ และ
    "การใช้ชีวิตด้วยตัวของเราเอง" อาจไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด
     
     
    จาก หนังสือ รอยเท้าเล็กๆของเราเอง โดย วินทร์ เลียววาริณ
     
     
    ไม่รู้ว่าใครอ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง
    สำหรับเราอ่านไปก็นึกเถียงกับความคิดบางความคิดของคุณวินทร์อยู่ในใจเหมือนกัน
    แต่พออ่านจนจบ ก็....อืม มันก็จริงอยู่นา (แต่ก็ยังมีเถียงในใจบ้าง)
    ตอนนี้ถ้าใครคิดที่จะอ่านหนังสือแล้วไม่รู้ว่าจะอ่านอะไรดี
    หนังสือเล่มนี้ก็เป็นอะไรที่น่าควักกระเป๋าจ่าย ไม่รุ้ว่าจะเก่าไปหรือเปล่า 
    แต่ก็คงต้องเป็นคนที่ชอบอ่านแนวนี้จริงๆ...
      
    March 09

    หนังสือ...เล่มเดียว

     
     
    " คนที่อันตรายที่สุด คือคนที่อ่านหนังสือเพียงเล่มเดียว
     
    เพราะคนๆนั้นจะตัดสินใจตามหนังสือเล่มนั้น"
     
    มันก็คงเหมือนกับในชีวิตจริง ถ้าหากเรายึดติดอยู่กับเรื่องใดเพียงเรื่องเดียวชีวิตจะเป็นอย่างไร
     
    คนๆนึงวันๆคิดแต่เรื่องงาน ชีวิตของเค้าคืองาน งาน งาน  มันคงไม่แปลกถ้ามีอะไรมาให้เค้าตัดสินใจ
     
    แล้วสิ่งที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นคำว่างานมักจะเป็นเหตุผลสำคัญ...
     
    เหมือนคนที่คิดถึงแต่เรื่องความรัก... การที่เรารักหรือคิดถึงใครสักคนมันเป็นสิ่งดี แต่ก็อย่างที่บอก
     
    อย่าให้เค้าเป็นหนังสือเล่มเดียวในชีวิตเรา อย่าตัดสินใจโดยยึดเค้าเป็นทุกอย่าง
     
    ลองเปิดอ่านหนังสือเล่มอื่นดูบ้างบางที...เราอาจจะเจอเรื่องดีๆ
     
    จากหนังสือบางเล่มที่เรา ไม่เคยคิดที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่านก็ได้